“แม่” มิใช่ดอกบานไม่รู้โรย มีสิทธิ์โรยราและจากลา

”แม่” มิใช่ดอกบานไม่รู้โรย มีสิทธิ์โรยราและจากลา
ข้อความด้านล่างที่ท่านจะได้อ่าน เป็นข้อความจาก FW อีเมล์ ซึ่งถือเป็นอุทาหรณ์ที่ดีสำหรับคนที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ มันก็เหมือนกับที่เราเคยเจอ ซึ่งเราเคยมีเพื่อนคนหนึ่ง เขาติดเรามากกกก ปิดเทอมไม่ยอมกลับบ้าน (พวกเราเป็นเด็กต่างจังหวัด ที่มาเรียนในกทม.) ซึ่งช่วงปิดเทอมนั่นเองที่แม่เขาเสียชีวิต (ขอไม่บอกสาเหตุ เพราะเพื่อนคนนี้อาจจะเข้ามาดูที่บอร์ดนี้…กลัวสะเทือนใจ)
แต่สำหรับเราๆทำดีกับแม่เสมอมา และคิดว่าดีมากๆด้วย ก็มีช่วงใหญ่ๆที่ที่ผ่านมาเราไม่ค่อยได้กลับบ้านเพราะว่าติดงาน ทุ่มเทกับงานมากๆ นายให้ทำไร มีงานไรเราทำหมด ด้วยความรับผิดชอบอย่างสูงยิ่ง จนแม่ต้องมานอนเฝ้าที่ออฟฟิศด้วยซ้ำไป จากสุพรรณบุรี ซึ่งตอนนั้นนัดไปเที่ยววันแม่นี่ละ แต่เรายังปิดเล่มไม่เสร็จ เรารู้สึกแย่มากกับการทุ่มเทที่เกินเหตุ แต่อย่างน้อยเราก็ถือว่าเราดูแลแม่อย่างเต็มที่ ถึงแม้ไม่ได้กลับบ้านเราจะโทรไปหาแม่ทุกวัน และส่งไปรษณีย์ไปให้แม่ตลอด เพื่อส่งของไปให้
จนทำให้ทุกวันนี้ตัวเราเอง ทำงานในเวลางาน ยกเว้นมีงานด่วน มีเวลามากขึ้น แบ่งเวลา และกลับบ้านบ่อยๆ ทำอะไรให้แม่ได้เยอะขึ้นอีก
เรื่องราวจาก FW mail
>> ก่อนอื่นต้องขออภัยสำหรับเจ้าของต้นเรื่อง
>> มันอาจตอกย้ำความเจ็บปวดกับคุณในเรื่องนี้ แต่เรื่องนี้เป็นสิ่ง
>> ที่ควรเผยแพร่เพื่อตอกย้ำคนที่ได้ชื่อว่าลูกทุกคนให้หันกลับมาดูคนที่ส่งเสีย
> คุณเลี้ยงดูคุณมาด้วยความเหนื่อย
>> ยาก วันนี้เราหันไปเหลียวท่านบ้างหรือเปล่า ก่อนจะไม่มีโอกาสดูแล
>> เมื่อท่านจากเราไปแล้วการจัดงาน
>> ใหญ่โตมันไม่มีประโยชน์อะไร เวลาท่านอยู่ทำไมไม่ทำ?
>>
>>
>> ความรู้สึกของน้องคนหนึ่งที่บรรยายออกมาจากใจ ในขณะที่….
>> ผมก็เป็นเช่นเด็กวัยรุ่นทั่วๆไป เรียน
>> เที่ยว นอน กิน ดึกๆผมก็โทรคุยกับแฟนของผม
>> ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้มันก็เป็นกิจวัตรประจำวันของผมและผมก็
>> เชื่อว่าใครๆเค้าก็ทำแบบนี้กัน “จ้า ตัวเอง วันนี้กินข้าวรื้อยาง”
>> “กินกับอะไรบ้าง แล้วตอนกินตัวเองคิด
>> ถึงเค้ามั้ยเนี่ย” “รู้มั้ยตัวเอง ถ้าเค้าเป็นผีเนี่ย
>> เค้าอยากเป็นกระสือที่รักจะได้เห็นใจไง”
>> “ตัวเองวางก่อนดิ ก่อนดิ”
>>
>>
>> ประโยคต่างๆที่ผมได้คิดและคัดสรร เตรียมพร้อมมาต่างๆก่อนโทร >
>> ผมยังคงใช้เวลา
> ส่วนใหญ่ตอนดึกไปกับ
>> การคุยโทรศัพท์ ระยะเวลาอันผมได้ใช้ไปในแต่ละครั้งนั้น
>> พอรู้สึกอีกทีก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว แต่ผมก็
>> ไม่ชอบนะ หากใครจะมาว่าผมไร้สาระ ก็ไม่เห็นหรอคนส่วนใหญ่เค้าก็ทำกัน “เอ้อ
>> เกือบลืมไปอีกอย่าง
>>
>>
>> กิจวัตรอีกอย่างนึงของผมก็คือ แม่ของผมมักชอบโทรหาผมทุกวัน”
>> “ตอนนี้ลูกอยู่หอรึยัง”
>> “เย็นนี้กินข้าวอิ่มมั้ย” “วันนี้เรียนเป็นยังไงบ้าง”
>> “อย่าไปเที่ยวที่ไหนไกลนะ” โธ่!คำถามเดิมๆ ผมก็
>> ตอบไปแบบเดิมๆ แม่ผมก็ไม่เบื่อซักที ยังคงโทรหาผมเป็นประจำ
>> โชคดีที่ผมพยายามตัดบทคุย ผมกับแม่
>> น่ะคุยกันไม่กี่นาทีก็วางแล้ว ก็มันไม่มีอะไรจะคุยจะให้ผมทำยังไง”
>> จนกระทั่งวันนั้น
>> “ตัวเองตอบเค้าได้รึยังว่ารักเค้ามั้ย” “เร็วๆสิ
>> เค้ายังอุฒส่าห์บอกรักตัวเองไปแล้วนะ”
>> “แล้วยังจะใจร้ายไม่บอกรักเค้าอีกหรอ”
>>
>>
>> ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ เสียงจากโทรศัพท์บอกผมว่ามีสายซ้อน
>> ผมมองไปที่หน้าจอมันขึ้นชื่อ
> ว่า
>> “Home”
>>
>> “โธ่ แม่โทรมาทำไมตอนนี้เนี่ย กำลังเข้าดายเข้าเข็มเลย” ผมไม่สลับสายผม
>> ผมยังคงคุยกับสุดที่รักของ
>> ผมต่อไป เพราะผมรู้ว่าสิ่งที่แม่จะคุยกับผมก็คงเป็นประโยคเดิมๆ
>> “และนั่นก็เป็นโอกาสสุดท้าย ที่ผมจะมี
>> โอกาสฟังเสียงของแม่”
>>
>>
>> หลังจากนั้นไม่นานทางญาติของผมโทรมาแจ้งผมว่า เมื่อคืนนี้บ้านของผมถูกขโมย
> เข้า
>> และแม่ของผมขัดขืน
>> และได้ต่อสู้กับโจร จึงถูกโจรใช้มีดแทงเข้าที่ท้อง
>> แม่เสียชีวิตเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว ญาติของผม
>> เล่าอีกว่าตอนไปพบศพแม่นั้น ในมือของแม่กำโทรศัพท์ไว้แน่น
>> และเบอร์โทรออกล่าสุดของเธอไม่ใช่โทร
>> แจ้งตำรวจหรือเรียกรถพยาบาล แต่แม่เลือกที่จะโทรหา “ผม”
>> สิ่งสุดท้ายในชีวิตที่แม่ผมเลือกที่จะทำคือ
>> โทรศัพท์หาผมเพื่อฟังเสียงของผม
>>
>>
>> วินาทีนั้นน้ำตาของผมไหลอาบแก้ม ผมพูดอะไรไม่ออก มือและตัวของผมสั่น
>> วันนั้นผมเลือกที่จะคุยกับแฟน
>> ผม ดีกว่าที่จะคุยกับแม่ของผม ผู้หญิงคนเดียวในโลก ที่คุยกับผมเป็นคนแรกใน
> ชีวิต
>> ผู้หญิงคนเดียวที่ผม
>> สามารถที่จะคุยกับเธอได้ทุกเวลา โดยที่ผมไม่ต้องเตรียมบทพูดใดๆ
>> ไม่ต้องกังวลว่าเธอจะประทับใจหรือ
>> ไม่ ไม่ต้องมีมุข ไม่ต้องมีคำหวานใดๆ
>> คนเดียวในโลกที่โทรมาหาผมเพียงแค่ฟังผมพูดประโยคเดิมๆ คน
>> เดียวในโลกที่ไม่ว่าโทรศัพท์เธอจะโปรโมชั่นแพงแค่ไหนก็ยังโทรหาผม
>> “และคนเดียวในโลกที่เลือกคุยกับผมในวินาทีสุดท้ายในชีวิต”
>>
>>
>> ในบางครั้งประโยคที่ว่า “ไม่มีคำว่าสาย หากเราคิดที่จะแก้ตัว”
>> มันก็ไม่เป็นความจริง
>> “เพราะบางปรากฏการณ์ในโลก เกิดขึ้นได้แค่ครั้งเดียว”
>> อาจเป็นเพราะเวรกรรมของ
> ผม
>> หลังจากนั้น
>> ไม่นานแฟนผมที่ผมใช้เวลาคุยกับเธอวันหลายๆชั่วโมงคุยกับเธอก็ทิ้งผมไป
>> วันนี้ผมเริ่มเข้าใจชีวิตมากขึ้น
>> หลายๆอย่างที่คนส่วนใหญ่ทำ มิได้หมายถึงสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป
>> เพราะตัวเราเท่านั้นที่เป็นผู้ต้องรับผลการ
>> กระทำของเราเอง “เราจะรู้ว่าสิ่งใดสำคัญ ก็ต่อเมื่อเราต้องเสียมันไป”
>> ทุกวันนี้ผมนั่งมองโทรศัพท์ รอ
>> ที่จะตอบคำถามเดิมๆให้ผู้หญิงคนหนึ่งฟัง แต่ผู้หญิงคนนั้นคงไม่มีอีกแล้ว

I’m glad I found your site! It’s nice! Thank you!!! Visit my sites, please: xxx sex fuck
DBn8z4w2y
Leave your response!